วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ไฟล์ วีดีโอ .ACC

AAC (Advanced Audio Coding) (.m4a , .aac , .mp4)
AAC ผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีนี้คือผู้พัฒนา mp3 นั่นเอง ทำให้รูปแบบนี้มีความสามารถเหนือกว่า mp3 ปัจจุบันยังไม่แพร่หลายในวงกว้างเท่าไหร่ แต่รูปแบบนี้เป็นไฟล์มาตรฐานบน iTunes Store และ iTunes ก็แนะนำให้ใช้ AAC เวลา rip เพลง เทคโนโลยีนี้จึงใช้มากบน iPod ซึ่งมีผู้ใช้มากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้หลายค่ายเริ่มออกมารองรับไฟล์ชนิดนี้ อย่าง Sony เป็นต้นข้อดีของ AAC ที่เหนือกว่า mp3 ก็คือ รองรับ sample rate มากขึ้นเป็น 8,000 – 96,000 Hz แล้วยังรองรับได้ถึง 48 ช่องสัญญาณ ทำให้ทำ multichannel ได้ แล้วยังให้คุณภาพเสียงที่สูงกว่า mp3 ด้วยเทคนิคการบีบอัดแบบใหม่ๆ ครับ แต่ข้อเสียของมันอยู่ที่การที่มันมีรูปแบบภายในเยอะ เช่น LC, HE, SSR, LTP ฯลฯ ทำให้มีปัญหากับเครื่องเล่น บางเครื่องอาจจะเล่น HE-AAC ไม่ได้ แต่เล่น LC-AAC ได้ ซึ่งก็ต้องอ่านคู่มือดูนะครับ ว่าเครื่องคุณเล่นไฟล์อะไรได้บ้าง แล้วยังมีปัญหาเรื่องสิทธิบัตรยุ่งวุ่นวาย เพราะหลายบริษัท พัฒนาหลายเทคโนโลยี แล้วก็ถือสิทธิบัตรในเทคโนโลยีต่างๆAAC มี 2 แบบใหญ่ๆ ครับ คือ LC (Low Complexity) และ HE (High Efficiency) ความแตกต่างระหว่าง 2 ตัวอยู่ที่ LC จะมีความซับซ้อนน้อยกว่า จึงเหมาะกับไฟล์ที่ใช้ bit rate มากกว่า 80 kbps ครับ เพราะมี bit rate เยอะพอที่จะเก็บข้อมูลได้ดีพอ ไม่ต้องใช้กระบวนการพิเศษกับข้อมูล ทำให้ LC-AAC สามารถใช้กับเครื่องเล่นที่เล่น AAC ส่วนใหญ่ได้แต่ HE นั้นจะใช้วิธีบีบอัดไฟล์แบบพิเศษ คือ Spectral band replication (SBR) ในการจัดการกับเสียงความถี่สูง แบบเดียวกับที่ใช้ใน mp3pro และ Parametric Stereo เพื่อจัดการเสียง stereo (จะมีใน HE-AAC รุ่นที่ 2 ครับ) แต่ 2 วิธีพิเศษนี้จะไม่เหมาะเมื่อใช้ bit rate สูงๆ เพราะว่าทั้งสองวิธีเป็นการโยนข้อมูลต้นฉบับทิ้งไปครับ แล้วใช้ความสามารถของคณิตศาสตร์ในการคำนวณข้อมูลที่สูญหายกลับขึ้นมา เพื่อให้ใช้ bit rate ต่ำลง แม้ว่ามันจะให้คุณภาพที่ดี แต่ยังสู้ของแท้ๆ จากต้นฉบับไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อมี bit rate มากพอ จึงไม่แนะนำให้ใช้ HE ครับ นอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นบางรุ่นเท่านั้นที่รองรับ HE-AAC การใช้งานจึงไม่กว้างเท่า LC-AAC รูปแบบของ HE จึงเหมาะกับไฟล์ที่ต้องใช้ bit-rate น้อยกว่า 80 kbps ครับ ซึ่งถ้าใช้ Nero AAC Encoder มันจะเลือกใช้ให้เราโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าใช้ iTunes จะสร้างไฟล์แบบ HE ไม่ได้ แถม iPod ก็ยังเล่น HE-AAC ไม่ได้ครับ ช่างน่าเสียดายจริงๆส่วนสารพัดเครื่องหมายการค้าของไฟล์ AAC นั้น เครื่องหมายที่หมายถึง HE-AAC มีดังนี้ครับaacPlus และ aacPlus v2 (HE-AAC รุ่นที่ 2) ของ Coding TechnologiesNero Digital ของ NeroAAC+ ของ Nokia, Samsung และ Motorola แต่ถ้าเขียนว่า eAAC+ จะหมายถึง HE-AAC รุ่นที่ 2 ส่วน Motorola จะใช้ AAC+ Enhanced แทน HE-AAC รุ่นที่ 2 ครับนอกจากจะมีลักษณะภายในของไฟล์มากมาย และชื่อทางการค้ามากมายแล้ว AAC ยังใช้นามสกุลของไฟล์มากมาย เช่น.mp4 ใช้ container ของ mp4 ซึ่งอาจจะเก็บทั้งภาพและเสียง หรือเสียงอย่างเดียวก็ได้ แต่ไฟล์ .mp4 ก็ไม่ใช่ AAC เสมอไป. m4a ใช้ container ของ mp4 แต่เก็บเฉพาะเสียง.m4p อันนี้เป็นไฟล์แบบ Protect ไว้ครับ.m4b ไฟล์สำหรับ audiobook.aac ไฟล์ที่ใช้โครงสร้างของ AAC เพียวๆ ไม่ได้ถูกห่อด้วย container ของ mp4แต่ iPod จะไม่รองรับไฟล์นามสกุล .aac นะครับ เขียนมาถึงตรงนี้ผมก็ปวดหัวกับเจ้า AAC นี้ไม่น้อยเลย จนทำให้รู้สึกว่าโลกของธุรกิจจะทำให้ชีวิตพวกเรายุ่งยากขึ้น สร้างสารพัดเทคโนโลยีขึ้นมา แล้วดันไม่รองรับให้ทั้งหมดแบบว่าเหนื่อยแล้ว ผมสรุปส่วนของการใช้งานเลยแล้วกันครับ ถ้าต้องการใช้ไฟล์ AAC นั้น ผมแนะนำ Encoder 2 ตัวคือ iTunes หรือไม่ก็ Nero AAC ครับ ทั้งสองตัวนี้ก็ใช้ฟรีทั้งคู่ ถ้าใครใช้ iPod ก็ใช้ iTunes ไปเถอะครับ จะได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าใครไม่อยากใช้ iTunes หรือใช้อุปกรณ์ค่ายอื่นก็ลองอ่านดูดีๆ ครับว่าอุปกรณ์ของท่านรองรับ AAC แบบไหนบ้าง ถ้ารองรับได้ถึง HE-AAC v2 ก็แนะนำ Nero AAC เต็มอัตราเลยครับ แต่ถ้ารองรับไม่ถึง ก็สามารถสั่ง nero ได้ ว่าเอาแค่มาตรฐานนี้ หรือไม่ก็ rip ให้มากกว่า 80 kbps ครับ จะได้ไฟล์ LC-AAC มาโดยอัตโนมัติ สำหรับค่าที่ควรใช้เวลา rip เพลงนะครับ ถ้าต้องการไฟล์เล็กๆ ก็ใช้ที่ประมาณ 128 kbps ถ้าต้องการคุณภาพสูงหน่อย ก็ใช้ประมาณ 160 kbps ครับ ถ้าเครื่องรองรับ HE-AAC ก็สามารถใช้ bit rate ที่ต่ำกว่านี้ได้ อย่าง 50-70 kbps ครับAAC: เป็นการพัฒนาการเข้ารหัสและบีบอัดไฟล์เพลงที่ให้คุณภาพเหนือกว่า MP3 โดย สนับสนุน multichannel audio มีช่องความถี่สูงถึง 48 ช่อง ทำให้คุณภาพใกล้เคียงกับไฟล์เพลงต้นฉบับในแผ่นซีดีมากAAC (Advanced Audio Coding) เป็นรูปแบบการบีบอัดเสียง โดยใช้มาตรฐาน MPEG-2 ถ้าเปรียบเทียบกับ MP3 แล้ว ACC จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า และมีขนาดไฟล์ที่เล็กกว่า MP3 ราว 30 เปอร์เซ็นต์ หรือ ไฟล์เพลงอีกประเภท ที่มีระบบเสียงดีขึ้น เพราะอัดข้อมูลเพลงให้วิ่งในอัตรา 96 กิโลบิตต่อวินาทีขณะที่ไฟล์ MP3 อัดที่ 128 กิโลบิตต่อวินาที AAC เป็นไฟล์แบบที่แอปเปิลจำหน่ายผ่านร้านไอจูนส์ (iTunes) โดยมีการผนวกเทคโนโลยี DRM เข้าไปในไฟล์ด้วย แอปเปิลเรียกโปรแกรม DRM ว่า FairPlay มีการกำหนดว่าเพลงที่ซื้อเพลงละ 99 เซ็น และอัลบั้มละ 9.95 ดอลลาร์ สามารถเล่นได้บนคอมพิวเตอร์ห้าเครื่อง ที่มี iTunes software และสามารถบันทึกหรือ burned ลงบนซีดีได้เจ็ดครั้ง แต่ถ้าจะเปิดบนเครื่องเล่นเพลงแบบมือถือ ไฟล์แบบ AAC ที่ซื้อมาจากเว็บของแอปเปิลนี้เล่นได้แต่บนเครื่อง iPod เท่านั้น ส่วนไฟล์เสียงที่เล่นบนมือถือจากทางโนเกียจะเป็นไฟล์เสียงคนละแบบกับของทางแอปเปิลแม้ว่าจะมีเป็นนามสกุลแบบเดียวกันก็ตาม

http://sukanya-one.blogspot.com

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2551

Wi-Fi Finder





Wi-Fi Finder


เดี๋ยวนี้อะไร ๆ ก็ไร้สาย แล้วคุณทราบหรือเปล่าว่าที่ไหนมีบ้าง ไม่ยากครับด้วยอุปกรณ์ตัวนี้....

อุปกรณ์ตัวนนี้มีชื่อว่า Wi-Fi Finder & USB Adapter เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรัยค้นหาจุดเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง โดยไม่ต้องใช้ซอร์ฟแวร์ ในรูปของ USB นอกจากนี้ยังมีความสามารถเป็น Wireless Adapter รวมทั้งทำเป็น Access Point ได้ด้วย รุ่นที่แ นะนำนี้เป็นของ ZyXEl AG-225H

คุณสมบัติที่น่าสนใจ
อุปกรณ์ในการค้นหาจุดเชื่อต่ออินเตอร์เน็ตไร้สาย
ขนาดเล็กกะทัดรัด เท่ากับ Flash Drive ทั่วไป
ใช้แบตเตอร์รี่ LiON
เทคโนโลยีไร้สายแบบ Dual-Band ระบบ Dual-Band tri-mode รองรับมาตรฐาน IEEE 802.11a , 802.11b , 802.11g และ WWR (World Wind Radio)
จอภาพแสดงผลแบบกราฟฟิก LCD
มีระบบรักษาความปลอดภัย เข้ารหัสแบบ 64/128 บิต
เปลี่ยน LAPTOP เป็น Access Point ได้ เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ได้ด้วย

ที่มา : http://www.it-guides.com/techno/techno0027.html

วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2551


History

วนิดา นวลศรี {* นิดา *}
THQ0128558
ID Line : nida_nuansri
Tel. 099-4060542